หน่วยบริการที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงิน หมายถึง หน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีวิกฤติทางการเงิน ตามหลักเกณฑ์การคิดวิกฤติทางการเงิน ระดับ 7 (Risk Scoring) โดยใช้อัตราส่วนทางการเงิน 5 รายการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงิน อัตราส่วนทางการเงิน 5 รายการ ประกอบด้วย
- อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนหรืออัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio :CR) = สินทรัพย์หมุนเวียน หารด้วย หนี้สินหมุนเวียน
- อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio : QR) =(สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วย สินค้าคงหลือ หักด้วย สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น) หารด้วย หนี้สินหมุนเวียน
- อัตราส่วนเงินสด (Cash Ratio : Cash Ratio) (เงินสด บวกกับ รายการเทียบเท่าเงินสด บวกกับ เงินฝากประจำ) หารด้วย หนี้สินหมุนเวียนฃ
- ทุนสำรองสุทธิ (Net Working Capital : NWC) = สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วย หนี้สินหมุนเวียน
- (Net Income : NI) = รวมรายได้ หักด้วย รวมค่าใช้จ่าย
อัตราส่วนทางการเงินทั้ง 5 รายการข้างต้นถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินของหน่วยบริการโยกำหนดเกณฑ์สำหรับการประเมินโดยมีค่ากลางของแต่ละหน่วยบริการมาเปรียบเทียบกับค่ากลางของอุตสาหกรรม ดังนี้
- กลุ่มแสดงความคล่องตามสภาพสินทรัพย์
- CR < 1.5
- QR < 1.0
- Cash < 0.8
2.กลุ่มแสดงความมั่นคงทางการเงิน
2.1 แสดงฐานะทางการเงิน ทุนหมุนเวียน (NWC) <0
2.2 แสดงฐานะจากผลประกอบการ (กำไรสุทธิ) (กำไรสุทธิรวมค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดหน่าย Net Income NI) NI < 0
3. กลุ่มแสดงระยะเวลาเข้าสู่ปัญหาการเงินรุนแรง
3.1 NWC/ANI ระยะเวลาทุนหมุนเวียนหมด < 3 เดือน*
3.1 NWC/ANI ระยะเวลาทุนหมุนเวียนหมด < 6 เดือน
*โดยให้น้ำหนักของ NWC/ANI ระยะเวลาทุนหมุนเวียนหมด < 3 เดือน มากกว่าตัวแปรอื่น นหมด ปัญหาการเงินรุนแรง
2 เท่า ทั้งนี้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้นำเงื่อนไขดังตาราง 4 มาใช้ในการจัดกลุ่มโรงพยาบาลที่ประสบวิกฤตทางการเงินเป็น 7 ระดับ ดังนี้
ระดับ 0-1 ปกติ
ระดับ 2 คาดว่าจะดีขึ้นภายหลัง 3 เดือน
ระดับ 3 คาดว่าจะดีขึ้นภายใน 3 เดือน
ระดับ 4 คาดว่าจะประสบปัญหาภายหลัง 6 เดือน
ระดับ 5 คาดว่าจะประสบปัญหาภายใน 6 เดือน
ระดับ 6 คาดว่าจะประสบปัญหาภายใน 3 เดือน
ระดับ 7 มีภาวะวิกฤตทางการเงินขั้นรุนแรง
การประเมินหน่วยบริการที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินจะประเมินทุกสิ้นไตรมาส โดยกำหนดให้หน่วยบริการที่ได้ระดับ 7 ซึ่งมีภาวะวิกฤตทางการเงินขั้นรุนแรง และระดับ 6 ที่คาดว่าจะประสบปัญหาภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ ระบบข้อมูลบัญชีของหน่วยบริการที่ดีมีคุณภาพมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการประเมินสถานะทางการเงินที่มีความถูต้อง แม่นยำ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นได้
การขับเคลื่อนการเงินการเงินคลังปี 2563
1.มาตรการในการขับเคลื่อนด้านการเงินการคลัง
มาตรการที่ 1 : การจัดสรรเงินอย่างเพียงพอ (Sufficient Allocation)
มาตรการที่ 2 : พัฒนาระบบบบัญชี (Accounting Management)
มาตรการที่ 3 : พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเงินการคลัง ด้านเศรษฐกิจสุขภาพ และด้านหลักประกันสุขภาพ
มาตรการที่ 4 : เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารด้านการเงินการคลัง (Efficient Management)
มาตรการที่ 5 : ติดตาม กำกับ เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพทางการเงิน วางระบบเฝ้าระวัง
|
มาตรการขับเคลื่อน
|
แนวทางการดำเนินงาน
|
เป้าหมาย
|
|---|
|
มาตรการที่ 1 : การจัดสรรเงินอย่างเพียงพอ (Sufficient Allocation)
|
- การประเมินความพอเพียงที่จะสามารถจัดบริการได้ของทุกกองทุน* (*ทุกกองทุน หมายถึง 5 กองทุนหลักประกอบด้วย 1.หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าUC 2. กองทุนประกันสังคม 3.กองทุนข้าราชการ 4. กองทุนแรงงานต่างด้าวและคนต่างด้าว 5.กองทุนบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ
- การจัดทำแผนทางการเงินที่มีคุณภาพ
1.3 การบริหารรายได้และค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการ
|
1.1 ร้อยละของหน่วยบริการที่มีข้อมูลรายได้ ต้นทุนและผลการดำเนินงานของทุกกองทุน
กลุ่มเป้าหมาย : ร้อยละ 20
รพ.ทุกเขตทุกประเภท
1.2 ร้อยละของหน่วยบริการมีแผนทางการเงิน (Planfin) ที่มีความครบถ้วน ถูกต้องสมบูรณ์*
*การตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ ตามเกณฑ์ที่ส่วนกลางกำหนด
ค่าเป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 100
ผลการดำเนินงานปี 2562 :
รอบที่ 1 ร้อยละ 100
รอบที่ 2 ร้อยละ 100
1.3 ร้อยละของหน่วยบริการเมื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของแผนทางการเงิน (Planfin Analysis) ไม่เป็นแผนแบบที่มีความเสี่ยง* (แผนแบบที่ 4, 6, 7)
ค่าเป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
ผลการดำเนินงานปี 2562
รอบที่ 1 ร้อยละ 8.48
รอบที่ 2 ร้อยละ 8.26
|
|
มาตรการที่ 2 : พัฒนาระบบบบัญชี (Accounting Management)
|
2.1 เกณฑ์การประเมินตามนโยบายบัญชี หน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2.2 พัฒนาการหน่วยเบิกจ่ายมีบัญชีเงินสด เงินฝากธนาคารในระบบ GFMIS ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถูกต้องตรงกับรายงานเงินคงเหลือประจำวันและงบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร
|
2.1 ร้อยละของหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบวิเคราะห์งบการเงิน (เพื่อการบริหาร)* เกณฑ์การตรวจสอบกำหนดโดยส่วนกลาง
ค่าเป้าหมาย : ร้อยละ 80
2.2 ร้อยละของหน่วยงานที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายมีบัญชีเงินสด เงินฝากธนาคารในระบบ GFMIS ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถูกต้องตรงกับรายงานเงินคงเหลือประจำวันและงบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร
ค่าเป้าหมาย : ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 80
|
|
มาตรการ 3: พัฒนาศักยภาพบริหารด้านการเงินการคลังแก่เครือข่ายและบุคลากร (Network & Capacity Building)
|
3.1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเงินการคลังแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีของหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
3.2 พัฒนาศักยภาพผู้บริหารการเงินการคลังระดับเขต จังหวัด และหน่วยบริการ
|
3.1 ร้อยละของผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีของหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ค่าเป้าหมาย : ร้อยละ 80
3.2 ร้อยละของผู้บริหารการเงินการคลังระดับเขต จังหวัด หน่วยบริการ
ค่าเป้าหมาย : ร้อยละ 80
|
|
|
3.3 พัฒนาศักยภาพหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการเงินการคลัง เศรษฐกิจสุขภาพ และระบบประกันสุขภาพ
3.4 พัฒนาศักยภาพด้านการเงินการคลัง เศรษฐกิจสุขภาพ และระบบประกันสุขภาพแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหม่ (อายุงาน 1-5 ปี)
|
3.3 ร้อยละของหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการเงินการคลัง เศรษฐกิจสุขภาพ และระบบหลักประกันสุขภาพ
ค่าเป้าหมาย : ร้อยละ 80
3.4 ร้อยละของผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหม่
ค่าเป้าหมาย : ร้อยละ 50
|
|
มาตรการที่ 4: สร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการ (Efficient Management)
|
4.1กระจายอำนาจให้เขตสุขภาพบริหารจัดการ
4.2 พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการร่วม (Merging)
|
4.1 กระจายอำนาจให้เขตบริหารจัดการและปรับเกลี่ย
ค่าเป้าหมาย : วิกฤตการเงินของหน่วยบริการ ระดับ 7 ไม่เกินร้อยละ 4 และระดับ 6 ไม่เกินร้อยละ 8
4.2พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการร่วม
1)บริหารจัดการร่วม (Administrative merging)
2)ให้บริการร่วม (Service merging)
3)ใช้ระบบสนับสนุนร่วม (Support merging)
ค่าเป้าหมาย : ประเมินผล ความสำเร็จ
ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
|
|
มาตรการ 5: ติดตาม กำกับ เครื่องมือประสิทธิภาพทางการเงิน (Monitoring Management)
|
5.1 การควบคุมกำกับ โดยเปรียบเทียบแผนทางการเงินกับผลการดำเนินงาน
5.2 การควบคุมกำกับ โดยเกณฑ์ประสิทธิภาพทางการเงิน (7 plus efficiency)
5.3 การควบคุมกำกับ ด้วยเกณฑ์ประเมินต้นทุนผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน (Unit cost)
5.4 การเฝ้าระวัง ติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง
|
5.1ร้อยละของหน่วยบริการ มีผลต่างของแผนและผล ไม่เกินร้อยละ 5
ค่าเป้าหมาย : ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
5.2 ร้อยละของหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ≥ 5 ตัว (ระดับ Grade B, A-, A) จากเกณฑ์ประสิทธิภาพทางการเงิน (7 Plus Efficiency)
ค่าเป้าหมาย : ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65
5.3 ร้อยละของหน่วยบริการมีต้นทุนผู้ป่วยนอก และต้นทุนผู้ป่วยใน ไม่เกินค่ากลางของหน่วยบริการในกลุ่มระดับเดียวกัน
ค่าเป้าหมาย : ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85
5.4 มีระบบระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse Software) และจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านการเงินการคลัง
ค่าเป้าหมาย : 1 ระบบ
|
|